อันตรายจากควันเชื่อม
“ตามที่ สถาบันความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ( NIOSH) ระบุว่า มากกว่า 400,000 คน ทั้งชายและหญิงในสหรัฐอเมริกาถูกว่าจ้างให้ทํางานด้านงาน เชื่อมและสายงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการสํารวจพบว่า แรงงานเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหากับระบบทางเดินหายใจที่รุนแรง, ระบบทางประสาท และมีผลกระ ทบกับระบบสืบพันธุ์ โดยข้อมูลเพิ่มเต็มจําเป็นต้องมีการประเมินต่อไป"
ในปี 2003 NIOSH ตีพิมพ์เรื่องราวทางด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลกระทบของการเชื่อมที่มีต่อสุขภาพ
จากบทความ “ผลกระทบของการเชื่อมที่มีต่อสุขภาพ การเก็บข้อมูลที่ผ่านมาจะพบอาการของหลอดลมอักเสบ การระคายเคืองทางเดินหายใจ และยังมีโรคที่ เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นอีกจํานวนมากที่เกิดกับช่างเชื่อม อย่างไรก็ตามความแตกต่างที่ยากและสําคัญระหว่างการศึกษากับข้อมูลที่มีน้อย ทําให้ยากที่จะเปรียบเทียบผลแล้วเชื่อมโยงถึงที่มีผลกระทบที่ได้รับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
จากบทความ ยังตั้งข้อสังเกตได้ว่า บางการศึกษาวิจัย บอกว่าควันเชื่อมอาจทําให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งปอด และยังมีผลไปทําลายระบบประสาท เพราะเนื่องจากควันเชื่อมอาจมีส่วนผสมของนิกเกิล โครเมียม และแมงกานีส ผสมอยู่ ซึ่งนิกเกิลและโครเมียมนั้นนั้นจัดเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งเมื่อได้รับ ในขณะทํางาน ในขณะเดียวกัน ผลการศึกษายังบอกว่าการสัมผัสหรือได้รับ แมงกานีสนานๆ นั้นมีความเสี่ยงที่ทําให้เกิดเป็นโรค Parkinson อีกด้วย แต่เนื้อหาใน NIOSH ยังขาดข้อมูลสนับสนุนที่ว่า
(1) การกําหนดว่าช่างเชื่อมสัมผัสหรือได้รับสารเคมีหรือควันเชื่อมในปริมาณเท่าไรจึงจะมีผลกระทบดังกล่าว
(2) วิธีการที่ได้รับสารเคมีเหล่านั้นและปริมาณที่ได้รับอาจนําไปสู่ปัญหาที่รุนแรงและส่งผลกระทบกับร่างกายในระยะยาว
NIOSH แนะนํา สองหัวข้อ ที่มีการวิจัยไว้อย่างสมบูรณ์ เพื่อเติมช่องว่างเหล่านั้น
" จากการศึกษาอย่างต่อเนื่องทางระบาดวิทยานั้น ได้มีความรู้ความเข้าใจว่าควันเชื่อมส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันการเกิดมะเร็งปอด พิษต่อระบบประสาท
การทําลายผิว ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ และผลกระทบอื่น ๆ
- การศึกษาพิษวิทยาโดยใช้เทคนิคทันสมัยในการตรวจสอบ ปฏิกิริยาทางชีวเคมีเมื่อได้รับหรือสัมผัสควันเชื่อมในระดับโมเลกุลในการทดลองในห้องปฏิบัติ การ ซึ่งข้อมูลดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์จะได้รับความเข้าใจที่ดีขึ้นในวิธีการที่ละเอียดอ่อน ถึงการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมและเนื้อเยื่อ รวมถึงอาจนําไป สู่การก่อให้เกิดเนื้องอก เส้นประสาทความเสียหาย หรือการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่พึงประสงค์ อื่น ๆ ในเนื้อเยื่อ และอวัยวะ
The American Federation of State, County, and Municipal Employees (AFSCME) มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับอันตรายจากการเชื่อม ซึ่งกล่าวถึงรายละเอียด ปัญหาด้านสุขภาพและความปลอดภัย ที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมการเชื่อมประสาน บัดกรี และการตัดโลหะตามเนื้อหาควันเชื่อมมีส่วนผสมของอนุภาคที่เล็ก มากๆ มีก๊าซที่มีสารเคมีปนอยู่หลายชนิด เช่น โครเมียม นิกเกิล สารหนู แร่ใยหิน แมงกานีส ซิลิกาเบริลเลียม แคดเมียม ไนโตรเจนออกไซด์ ฟอสจีน สารประกอบ ฟลูออรีน คาร์บอนมอนอกไซด์ โคบอลต์ ทองแดง ตะกั่ว โอโซน ซีลีเนียมและสังกะสี ซึ่งเป็นพิษมากกับผู้ที่ได้รับควันเชื่อม
ช่างเชื่อมที่สูบบุหรี่อาจมีความเสี่ยงที่สุขภาพภาพจะเสื่อมโทรมมากกว่าช่างเชื่อมที่ไม่สูบบุหรี่
ผลกระทบระยะสั้น
ผลกระทบระยะสั้นเมื่อได้รับไอโลหะจะทําให้เป็นไข้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดหลัง 4-12 ชั่วโมงเมื่อได้รับไอโลหะนั้นซึ่งอาการดังกล่าวจะรวมถึงอาการ หนาวสั่น กระหายน้ำ มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเจ็บหน้าอก ไอหอบ อ่อนเพลีย คลื่นไส้และมีอาการขมคอเหมือนมีรสโลหะในสําคอ นอกจากนี้ควันเชื่อมยังทําให้เกิดการ ระคายเคืองตา จมูก ระบบทางเดินหายใจ ทําให้เกิดอาการไอ หอบหายใจถ ทําให้เป็นหลอดลมอักเสบ ปอดบวม ปอดอักเสบ (มีของเหลวในปอด) ควันเชื่อมยังมีผลกระทบกับระบบทางเดินอาหารทําให้เกิดอาการคลื่นไส้, เบื่ออาหาร, อาเจียน ระบบย่อยอาหารแย่ลง การเชื่อมบางขบวนการจะมีสารบางตัวที่เป็นอันตรายร้ายแรงภายในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างเช่น การได้รับสารแคดเมียมสามารถทําให้ถึงแก่ชีวิตได้ในระยะเวลาอัน รังสีอัลตราไวโอเลตที่เกิดจากปฏิกิริยาการเชื่อมร่วมกับก๊าซออกซิเจนและไนโตรเจนในอากาศจะทาให้เกิดเป็นก๊าซโอโซนและไนโตรเจนออกไซด์ซึ่งเป็น อันตรายถึงตายได้ เมื่อได้รับในปริมาณที่สูงทําให้ระคายเคืองจมูก และคอก่อให้เกิดโรคปอดร้ายแรง รังสีอัลตราไวโอเลตสามารถทําปฏิกิริยากับตัวทําละลายไฮโดรคาร์บอนคลอรีน(ไฮโดรคาร์บอนที่มีองค์ประกอบของคลอรีนอยู่) เช่นสาร Trichlorethylene หรือ1,1,1-Trichloroethane(เป็นสารละลายที่ใช้ในการล้างชิ้นงานโลหะเมทิลัน คลอไรด์(ใช้เป็นตัวทําละลายทําน้ำยาทําความสะอาด) และ Perchlorethylene (ใช้เป็นสารทําความสะอาด) ทั้งหมดนี้จะทําให้เกิดก๊าซฟอสจีน ซึ่งเป็นสารอันตรายร้ายแรง แม้จะได้รับในปริมาณน้อยก็ตาม เมื่อได้รับจะ ทําให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หนาวสั่น และไอ ภายในเวลา 5 หรือ 6 ชั่วโมง ดังนั้นการภายในรัศมี 200ฟุตของการล้างชิ้นงานจากคราบน้ำมันหรือการใช้ตัวทํา ละลาย เราไม่ควรทําการเชื่อมเชื่อมอาร์คเป็นอย่างยิ่ง
ผลระยะยาว
จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่าช่างเชื่อมและผู้ที่ทํางานเกี่ยวข้องในงานเชื่อมประสานงานปัตกรและงานตัดโลหะมีความความเสี่ยงเพิ่มขึ้นไปอีกที่จะเป็นโรคมะเร็ง ปอดและเป็นไปได้ที่จะเป็นมะเร็งกล่องเสียง และมะเร็งท่อปัสสาวะ ซึ่งในเนื้อหาของ AFSCME บอกว่าผลการวิจัยเหล่านี้ดูไม่น่าแปลกใจเลย เพราะเมื่อมองถึง สารพิษจํานวนมากที่มีอยู่ในควันเชื่อม รวมถึงสารก่อมะเร็ง เช่น แคดเมียม นิกเกิลเบริลเลียม โครเมียม และสารหนู
นอกจากนี้ช่างเชื่อมยังอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคหลอดลมอักเสบ โรคหอบหืด โรคปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพอง โรค Pneumoconiosis (ซึ่งเป็นโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการหายใจเอาฝุ่นอนุภาคเล็กเข้าไป) โรค Silicosis (เกิดจากการสัมผัสกับสารซิลิกา)และโรค Siderosis (เป็นโรคที่เกิดจากการสูดฝุ่นละอองเป็นฝุ่นเหล็กออกไซด์เข้าไปในปอด)
ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเชื่อม ได้แก่ หัวใจ โรคผิวหนัง สูญเสียการได้ยิน โรคกระเพาะเรื้อรัง (โรคกระเพาะอาหารอักเสบ) ทางเดินอาหารการอักเสบ (กระเพาะอาหารและลําไส้เล็กอักเสบ) และเป็นแผลลำไส้เล็ก
การเชื่อมยังก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีปัญหาของระบบสืบพันธุ์ จากการศึกษาพบว่าช่างเชื่อม โดยเฉพาะช่างเชื่อมที่เชื่อม สแตนเลส สเปรมจะอ่อนแอกว่าช่าง เชื่อมอื่นๆ และยังพบว่ามีอัตราการแท้งบุตรมากขึ้นในหมู่ช่างเชื่อมและคู่สมรส ช่างเชื่อมหรือช่างตัดโลหะที่เคลือบผิวกลด้วยฉนวนใยหิน มีโอกาสที่จะ เป็นมะเร็งปอดจากแร่ใยหิน และโรคที่เกิดจากแร่ใยหินอื่นๆ ซึ่งพนักงานควรได้รับการอบรมและให้มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมก่อนที่จะทําการเชื่อมในบริเวณที่ มีแร่ใยหินและความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อช่างเชื่อมเชื่อมงานในที่ที่อับอากาศ
ทําให้เกิดโรคพาร์กินสัน
แม้จะไม่ได้กล่าวถึงใน AFSCME เกี่ยวกับเรื่องนี้ การวิจัยที่ผ่านมาล่าสุดได้แสดงให้เห็นว่าควันเชื่อมเกี่ยวข้องกับโรคพาร์กินสันหรือโรคระบบทางประสาทที่ผล ต่อความสามารถทางร่างกายและจิตใจ เครือข่ายรณรงค์สุขภาพของช่างเชื่อมได้กล่าวว่าอาจจะเป็นไปได้ที่เมื่อเกิดความบกพร่องทางพันธุกรรมแล้วมีโอกาสที่ จะพัฒนาเป็นโรคพาร์กินสัน โดยแพทย์ส่วนใหญ่เชื่อว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีส่วนเกี่ยวข้องทําให้เกิดโรคขึ้น ซึ่งจะเกิดกับช่างเชื่อมที่เชื่อมงานกับแมงกานีส อาการบางอย่างของโรคพาร์กินสัน (มาจากการสัมผัสแมงกานีส) รวมถึงอาการสั่น และการเคลื่อนไหวช้าลง กล้ามเนื้อเกรงแขนและขาตั้ง พูดตะกุกตะกัก 25%ของอาการที่พบบ่อยที่สุดคืออาการสั่น ผู้ป่วยบางรายการสูญเสียสมดุลขณะเดินและรองลงมาจะเป็นอาการซึมเศร้า นอนไม่หลับเวียนศีรษะท้องผูก ภาวะ สมองเสื่อม และปัญหาเกี่ยวกับการพูด การหายใจ การกลืนอาหาร และยังมีผลขณะการมีเพศสัมพันธ์ และปริมาณแมงกานีสที่อยู่ในระดับสูงยังทําให้ ความจําลดลงจนถึงขนาดสูญเสียความทรงจําเลย และยังทําให้ความสามารถในการขับขี่รถยนต์ลดลงอีกด้วย
การลดอันตราย
AFSCME กล่าวว่าก่อนที่จะเริ่มทําการเชื่อม ให้ระบุอันตรายที่เกิดจากงานเชื่อมไว้ในคู่มือปฏิบัติงานเชื่อม โดยบอกถึงอันตรายที่จะขึ้นจากชนิดของการเชื่อมใน แต่ละวัสดุ (หมายถึงโลหะที่เราเชื่อมวัสดุหรือสารที่เคลือบผิวและลวดเชื่อม) รวมถึงบริเวณที่เราเชื่อมด้วยว่าเป็นพื้นที่เปิดหรือปิดหรือเป็นสถานที่อับอากาศ ต้องมีเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของวัสดุ (MSDS) เพื่อระบุว่าวัตถุอันตรายที่ใช้ในการเชื่อม ตัดและอันตรายของควันที่เกิดขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เชื่อมได้รู้ถึง อันตรายกับสิ่งที่เขากําลังเชื่อมอยู่ก่อนที่จะเริ่มทําการเชื่อม เช่น ควันเชื่อมที่เกิดจากการเชื่อมชิ้นงานที่ผิวชุบแคดเมียมอาจทําให้ถึงแก่ชีวิตได้ในเวลาอันสั้น หลังจากระบุอันตรายแล้วจะต้องปฏิบัติและควบคุมอย่างเคร่งครัด
หาวัสดุทดแทนที่เป็นอันตรายน้อยลง โดยใช้วัสดุที่ไม่มีแคดเมียมผสมอยู่ ลวดเชื่อม ถุงมือและแผ่นกันความร้อนที่ไม่มีแร่ใยหิน
จัดให้มีการระบายอากาศที่เพียงพอติดตั้งระบบระบายอากาศให้เพียงพอ ซึ่งจะช่วยดูดควันและก๊าซออกไป ซึ่งจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และใช้ อุปกรณ์ที่มีอยู่เช่น หน้ากากป้องกันและควรทําความสะอาดและบํารุงรักษาระบบการระบายอากาศอย่างสม่ำเสมอ สําหรับการเชื่อมอาร์ค การติดตั้งตัวระบาย อากาศสามารถทําได้โดยจัดทําหัวดูดควันหรือเครื่องดูดควัน ซึ่งจะทําให้ลดการรับสารพิษจากควันเชื่อมที่ช่างจะได้ถึง 70% โดยวัสดุที่ใช้ทําระบบระบาย/ ระบบดูดควรทํามาจากวัสดุกันไฟ การระบายอากาศทั่วไปอาจทําเป็น ช่องระบายอากาศที่หลังคาเปิดประตูและหน้าต่าง ติดพัดลมที่หลังคา เพื่อให้อากาศถ่ายเทพื้นที่ทํางานทั้งหมด วิธีการเหล่า นี้จะไม่ได้ผลเลยหากพื้นที่ทํางานยังมีการแพร่กระจายของสารเคมีต่างๆ อย่างไรก็ตาม การระบายอากาศจะเป็นประโยชน์เมื่อนํามาใช้เพื่อเสริมการระบาย อากาศในพื้นที่ทํางานเชื่อมที่มีพื้นที่ปิด ที่ที่จํากัด รวมถึงการเชื่อมในที่อับอากาศ
อ้างอิง : http://www.thefabricator.com/article/safety/welding-fume-health-hazards